เว็บข่าวสร้างสรรค์สังคม เทิดทูนสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของข่าวทั่วไป ข่าวสังคม ข่าวท้องถิ่น ร้านอาหารอร่อย และยังรับออกแบบ จัดงานอีเวนท์ ทุกประเภท รับงานออกสื่อออนไลน์ และสื่อหลักทั้งหนังสือพิมพ์และทีวี
วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565
“ดร.สาธิต” ปักธงรบ “นำการแพทย์ สู่ โลกดิจิทัล”ลดกระบวนการขั้นตอนที่ยุ่งยากเพื่อประชาชนใช้ชีวิตที่ง่ายขึ้น
(อ่านแล้ว 19 ครั้ง)
Share on Google+

 

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข / ประธานกรรมาธิการกฎหมายวิสามัญฯเลือกตั้ง / รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ภาคกลาง เปิดเผยต่อสื่อมวลชนถึงเรื่องสวัสดิการรัฐบาลสำหรับประชาชน ว่า สวัสดิการรัฐที่ดี คือ สวัสดิการพื้นฐานเพื่อทุกคน เข้าถึงง่าย รวดเร็ว เป็นธรรมต่อทุกคน ภาครัฐควรลดความยุ่งยาก ซับซ้อน วุ่นวาย หลายขั้นตอนลงหากเกิดความยุ่งยาก วุ่นวาย มักจะตามมาด้วยผลประโยชน์ ทุจริต รวมถึงการใช้เส้นสายเพื่ออำนวยความสะดวก ตนเองขอเน้นย้ำว่า ขั้นตอนของภาครัฐยังจำเป็นอย่างยิ่ง แต่เราควรจัดระเบียบงานภาครัฐ ที่สนับสนุนพี่น้องประชาชน และภาคเอกชนให้มากยิ่งขึ้น เพื่อเข้าถึงสวัสดิการ หรือ เพื่อการแข่งขันกับต่างประเทศได้

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ  กล่าวต่อว่า พวกเราได้ยินว่าประเทศไทย ควรเป็น Medical hub+ Medical Tourism มานานมาก แต่ยังติดในเรื่องโครงสร้างของระบบบริหารข้อมูลที่ยังมีข้อกฎหมายกำกับอยู่ แต่บางส่วนก็สามารถเริ่มได้เลยทันทีสิ่งที่เรา ชนะในตลาดโลกได้ คือ

1. บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความสามารถ จนเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก

2.ค่าครองชีพ ที่ถูกกว่าต่างประเทศ ไม่จะเป็น อาหาร แหล่งท่องเที่ยว ที่อยู่อาศัย

3.วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมไทย เป็นเอกลักษณ์ ที่น่าจดจำ

4.นิสัยส่วนตัวของคนไทย ที่ช่วยเหลือกัน จนได้รับคำว่า'สยามเมืองยิ้ม'

5.อาหารไทยที่เป็นที่นิยม และยังมีส่วนผสมของสมุนไพรอีกด้วย

6.ยาต้นตำรับของไทย ฟ้าทลายโจร ที่นำมาประยุกต์คู่กับการรักษา Covid-19

สรุป คือ ต้นทุนด้านการรักษาเราถูกกว่าต่างประเทศ ,ความสามารถของ บุคลากรทางการแพทย์,โครงสร้างพื้นฐานของประเทศยังคงดีกว่าอีกหลายประเทศผมไม่ได้มองว่าประเทศไทยไม่มีจุดอ่อน แต่เราควรนำจุดแข็งมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด และค่อยๆ ปิดจุดอ่อนตลอดเส้นทางที่เราเดิน

แต่จุดที่ต้องเพิ่มเติมคือ การบริหารข้อมูลด้านการรักษาของผู้ป่วยระหว่าง : โรงพยาบาลของรัฐ-กับรัฐ ,และโรงพยาบาลเอกชน-กับรัฐ.

หากเราปรับตัวทัน นี่คือโอกาสทางการแข่งขันในเวทีโลก และคนไทยเองก็จะมีสวัสดิการพื้นฐานที่ดีขึ้นอีกด้วย

การแพทย์ขับเคลื่อนด้วยเทคโลยี 4.0 แต่ใช้วัฒนธรรมไทย สมุนไพรไทย 0.4 มาเป็นจุดขาย

เราควรใช้ Internet of Things (IoT)และ Ai เข้ามาช่วยลดงาน Routine ด้านข้อมูลที่มีจำนวนมาก และซ้ำซ้อน ส่วนงานที่ต้องตัดสินใจยังคงบุคลากรทางการแพทย์อยู่

ถ้าเราทำเรื่องนี้สำเร็จ บุคลากรทางการแพทย์ก็จะลดความผิดพลาด ลดภาระงานลงในด้านการจัดการข้อมูลเอกสาร การเชื่อมต่อข้อมูลกัน .

และนำเวลาส่วนใหญ่มาช่วยชีวิตผู้คน  สรุป คือ  Big Data ไม่ใช่ ไฟล์ Exc.  “เราควรนำการแพทย์ ไป สู่โลกดิจิทัล”.

มีคำกล่าวที่ว่า เอกชนมักทำให้ง่ายแต่ภาครัฐมักจะทำให้ยุ่ง

โดยโครงการที่ได้เริ่มเดินหน้าไปแล้ว

1. App หมอพร้อม
-ใบรับรองแพทย์ดิจิทัล" เพิ่มความสะดวกสมัครงาน ลาป่วย เจ้าของเชื่อมั่น ป้องกันปลอมแปลงเอกสาร
-ฟังก์ชันการรับเรื่องร้องเรียนสถานพยาบาลเอกชนผ่านแอปพลิเคชัน
-เอกสารรับรองการฉีดวัคซีน Cov-19 “แบบดิจิทัล
-ออกหนังสือรับรองการเดินทางระหว่างประเทศ แบบดิจิทัลในสหภาพยุโรป (EU) 60 ประเทศ
2.นำ E-Service มาใช้กับคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)
- พัฒนาระบบอนุมัติ/อนุญาต ให้บริการระบบ e-Service แบบครบวงจร
-ส่งเอกสารแบบ electronic document 
3.โครงการก้าวท้าใจ
-ใช้เทคโนโลยีมาสนับสนุน เก็บประวัติการออกกำลังกาย ของประชาชน 
4. สมุดสุขภาพประจําตัวออนไลน์ (Health Book Online)
Share on Google+
เศรษฐกิจในประเทศ